ความสำคัญของเต่าทะเลต่อระบบนิเวศทางทะเล

เต่าทะเลมีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล และเป็นตัวที่ทำให้ระบบนิเวศมีความสมดุลและสมบูรณ์ขึ้นเป็นอย่างมาก

ประโยชน์ของเต่าทะเลนั้น ยังช่วยให้ระบบนิเวศของแนวปะการังสามารถคงความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้และทำให้พวกมันมีสุขภาพที่ดี และเต่าทะเลยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสมดุลของห่วงโซ่อาหารได้อีกด้วย

แต่ปัจจุบันนี้ เราเห็นการเปลี่ยนแปลงในมหาสมุทรอย่างชัดเจน เนื่องจากจำนวนของเต่าทะเลทั่วโลกได้ลดลงเป็นอย่างมากและลดลงอย่างต่อเนื่อง

จำนวนประชากรเต่าทะเลที่ลดลง

การลดลงของจำนวนเต่าทะเลเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก เพราะจะส่งผลกระทบสำคัญที่พวกมันมีต่อระบบนิเวศในมหาสมุทรเป็นอย่างมาก

ในฐานะผู้ดูแลทางทะเลและตัวแทนผู้ปกป้องมหาสมุทร สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจบทบาทของเต่าทะเล และเข้าใจเรื่องการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศทั้งทางทะเลและบนบกเพื่อคงความสมบูรณ์ไว้ให้ได้

Green Sea Turtle Koh Tao - Marine Life
Green Sea Turtle Koh Tao – Marine Life

เต่าตนุ – กับการรักษาพื้นหญ้าทะเลให้แข็งแรง

ต่าตนุเป็นหนึ่งในสัตว์กินพืชจำนวนน้อยที่มีขนาดใหญ่และกินหญ้าทะเล ซึ่งการแทะเล็มหญ้าอย่างสม่ำเสมอจะเพิ่มปริมาณสารอาหารและผลผลิตของใบหญ้าทะเล และจะช่วยรักษาพื้นหญ้าทะเลให้แข็งแรง

ซึ่งการลดจำนวนประชากรเต่าตนุ ทำให้หญ้าทะเลยาวขึ้นและรกเกินไป จึงไปขัดขวางกระแสน้ำในทะเลและเป็นตัวกีดขวางแสงแดดที่จะส่องถึงพื้นทะเล

สาเหตุนี้จะทำให้เกิดการเน่าเปื่อยของดินเพิ่มขึ้น และเกิดการสลายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเติบโตของราเมือกและก้นทะเลจะปกคลุมไปด้วยสาหร่าย เชื้อรา จุลินทรีย์ และพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเยอะจนเกินไป

การระบุประเภทและพฤติกรรมของเต่าตนุ

เต่าตนุ ชอบกินหญ้าทะเลที่สดใหม่กว่า โดยหญ้าสดเหล่านี้จะอยู่ห่างจากโคนใบหญ้าไม่กี่เซนติเมตร เมื่อเต่าตนุเริ่มกัดกินหญ้า จะเป็นการช่วยทำให้พื้นทะเลได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เพราะส่วนบนที่เก่าและแก่กว่าของใบหญ้าทะเล จะหลุดและลอยออกไป แทนที่จะสะสมที่ก้นพื้นดินด้านล่างทะเล

และนักวิทยาศาสตร์พบว่า พฤติกรรมการกินหญ้าของเต่าตนุนี้จะช่วยลดปริมาณไนโตรเจนให้กับรากหญ้าทะเล ซึ่งส่งผลดีต่อห่วงโซ่อาหาร พันธุ์พืช ช่วยลดความหนาแน่นของสิ่งมีชีวิตในทะเล และเป็นการช่วยรักษาระบบนิเวศให้มีความอุดมสมบูรณ์

การลดจำนวนประชากรของเต่าตนุ จึงถือเป็นการลดผลผลิตของห่วงโซ่อาหาร และปริมาณอาหารที่มีให้สำหรับมนุษย์

Hawksbill Sea Turtle - Marine Life Koh Tao
Hawksbill Sea Turtle – Marine Life Koh Tao

เต่ากระ – กับการรักษารากฐานของแนวปะการัง

เต่ากระเป็นสัตว์ที่กินได้ทุกอย่าง ซึ่งหมายความว่าพวกมันกินได้ทั้งพืชและสัตว์ อย่างไรก็ตาม อาหารโปรดของพวกมันคือ ฟองน้ำทะเล

ฟองน้ำทะเลจะแย่งปะการังเพื่อสร้างและขยายตัวมันเองโดยใช้พื้นที่บนแนวปะการัง และการมีเต่ากระที่มีสุขภาพดีเหล่านี้ จะทำให้มั่นใจได้ว่าจำนวนของฟองน้ำทะเล จะถูกควบคุมและไม่เยอะจนเกินไป

อย่างไรก็ตาม หากจำนวนเต่ากระมีปริมาณลดลง ฟองน้ำทะเลสามารถขยายเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว และสิ่งนี้จะทำให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการังในขั้นแรก

การระบุประเภทและพฤติกรรมของเต่ากระ

ฟองน้ำทะเลมีการป้องกันสารเคมีและยังสามารถเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางกายภาพของพวกมันได้ ทำให้ปลาและสัตว์ทะเลอื่นๆ ไม่สามารถกินพวกมัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเต่ากระกินฟองน้ำทะเลไปแล้ว จะทำให้สัตว์ทะเลอื่นๆ สามารถกินส่วนต่างๆของฟองน้ำที่พวกมันมักจะเข้าไม่ถึงและไม่สามารถกินได้

และถ้าหากจำนวนเต่ากระลดลง จำนวนของฟองน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้น จนมาแทนที่อยู่เหนือปะการัง ซึ่งเป็นตัวการทำให้โครงสร้างของปะการังและระบบนิเวศทางทะเลเปลี่ยนไปได้ อย่างที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว.

Nesting Sea Turtles & Eggs
Nesting Sea Turtles & Eggs

การทำรังของเต่าทะเล – ระบบนิเวศเนินทราย

เต่าทะเลที่ทำรังบนเนินทราย จะช่วยสร้างแหล่งสารอาหารที่มีคุณภาพและเพิ่มทรัพยากรในปริมาณที่เข้มข้น ซึ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับระบบนิเวศของเนินทราย 

ไข่เต่าทะเลจะให้สารอาหารที่สำคัญต่อเนินทราย เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ที่จะปล่อยสารอาหารให้ซึมซาบเข้าสู่ในระบบนิเวศของเนินทราย เมื่อไข่ฟักออกมา สารอาหารและของเหลวหรือเมือกของตัวอ่อน จะถูกทิ้งไว้ในเปลือกไข่

การขยายพันธุ์ของเต่าทะเลที่ทำรังบนเนินทรายนี้

หากไข่ไม่ฟักตัวออกมา สารอาหารจะซึมสู่ห่วงโซ่อาหารมากขึ้น โดยพืชสามารถดูดซับสารอาหารได้บางชนิด และบางชนิดจะกระจายไปยังสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กต่างๆที่อาศัยอยู่ในทราย 

สิ่งนี้จะช่วยรักษาการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์ต่างๆในทราย ทำให้ชายฝั่งมีความสมดุลและคงเสถียรภาพของแหล่งที่อยู่อาศัย และจะเป็นแหล่งอาหารสำหรับสัตว์กินพืชหลากหลายชนิด 

นอกจากนี้ ยังนำไปสู่การทำรังของเต่าทะเลที่มีอิทธิพลต่อการขยายพันธุ์เป็นอย่างมาก เพราะเต่าทะเลนั้นมีส่วนสำคัญในการรักษาสมดุลของห่วงโซ่อาหาร

Leatherback Sea Turtle
Leatherback Sea Turtle

เต่ามะเฟือง – นักล่าแมงกะพรุน

เต่าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ เต่ามะเฟือง และพวกมันสามารถเดินทางได้ไกลกว่าเต่าทะเลสายพันธุ์อื่นๆ โดยลำตัวอาจมีความยาวมากกว่า 2 เมตร และอาจมีน้ำหนักตัวถึง 700 กก.

เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่เต่ามะเฟืองกินแมงกะพรุน และพวกมันกินแมงกะพรุนเป็นจำนวนมากในทุกวัน เพื่อรักษาสุขภาพของพวกมันให้แข็งแรง.

เป็นที่ทราบกันดีว่าเต่ามะเฟืองกินแมงกะพรุนประมาณ 200 กิโลกรัมต่อวัน และความอยากอาหารอย่างบ้าคลั่งของพวกมันนี้ กลับมีบทบาทสำคัญในการสร้างความสมดุลของระบบนิเวศอีกด้วย.

การอพยพของเต่ามะเฟือง พวกมันจะอพยพข้ามมหาสมุทรและในขณะที่พวกมันกินแมงกะพรุนจำนวนมากนี้ ทำให้พวกมันกลายเป็นนักล่าแมงกะพรุนอันดับต้นๆในทะเล.

การระบุประเภทและพฤติกรรมของเต่ามะเฟือง

จำนวนเต่ามะเฟืองที่ลดลง หมายถึงการเพิ่มจำนวนประชากรของแมงกะพรุน.

ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และเมื่อนำรวมกับจำนวนปลาที่ลดลง ซึ่งเกิดจากการตกปลา ล่าปลามากเกินไป ก็พบว่ามีการกระจายของแมงกะพรุนแพร่ไปทั่วโลก.

จำนวนปลาที่น้อยลง หมายถึงการแข่งขันที่น้อยลงในการหาอาหาร และแมงกะพรุนจะล่าไข่ปลาและตัวอ่อน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของจำนวนปลาในทะเลอีกด้วย

และน่าเสียดายการลดลงอย่างต่อเนื่องของเต่ามะเฟือง ทำให้การขยายพันธุ์ของปลา กลับเปลี่ยนแปลงกลายเป็นการแพร่กระจายของแมงกะพรุนเพิ่มขึ้นแทน

เต่าทะเลสายพันธุ์อื่นๆ ก็ยังช่วยกินแมงกะพรุน เช่น เต่าหัวค้อนและเต่าตนุ

Keeping Sea Grass Beds Healthy
Keeping Sea Grass Beds Healthy

เต่าทะเล ตัวช่วยหาแหล่งที่อยู่อาศัยและอาหาร

เต่าทะเลเกือบจะเป็นระบบนิเวศในตัวของมันเอง พวกมันเป็นตัวช่วยหาแหล่งที่อยู่อาศัยให้กับสัตว์ทะเลอื่นๆ และเป็นตัวช่วยสร้างความสัมพันธ์ทางชีวภาพระหว่างสายพันธุ์ต่างๆได้เป็นอย่างมาก.

มีการระบุว่า บนกระดองของเต่าหัวค้อน มีแบคทีเรียและสิ่งมีชีวิต (Epibiont) อาศัยอยู่มากกว่า 100 สายพันธุ์.

เพรียง สาหร่ายหรือตะไคร่น้ำ และแบคทีเรียอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่บนเต่าหัวค้อนนั้นเป็นแหล่งอาหารสำหรับปลาขนาดเล็กและกุ้งที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการัง.

เต่าทะเล & เหล่าแบคทีเรีย

พวกปลาพยาบาลและเหล่ากุ้งตัวเล็กๆ จะช่วยทำความสะอาดเวลาที่เต่าทะเลว่ายผ่าน ซึ่งเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย ทั้งปลาและกุ้ง ส่วนเต่าทะเลที่ได้รับการทำความสะอาด บริเวณเล็บ หนังและกระดองนี้ จะช่วยลดการต้านน้ำ ทำให้มันคล่องตัวขึ้นขณะว่ายน้ำรอบมหาสมุทร.

มีแม้กระทั่งสายพันธุ์ของปลาตระกูล Wrasse ที่จะกินเฉพาะเพรียงที่พบบนกระดองเต่าตนุเท่านั้น.

เมื่อพวกเต่าทะเลว่ายไปมา คุณมักจะเห็นพวกตระกูลปลาเหาทะเล ที่จะติดมาพร้อมกับเต่าทะเล (โดยเฉพาะตัวที่ใหญ่กว่า).

เต่าทะเลกับความสัมพันธ์ทางชีวภาพ

เหล่าปลาเหาทะเล จะกินพวกปรสิต เช่น พวกแพลงก์ตอนสัตว์หรือโคพีพอดส์ Copepods ที่ติดมากับกระดองของเต่าทะเล และจะคอยกินส่วนที่เต่าทะเลลอกคราบร่วงออกมา รวมทั้งเศษอาหารเล็กๆ ที่เต่าทะเลไม่กิน.

ความสัมพันธ์แบบนี้เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ทั้งสำหรับเต่าทะเลและเหาทะเล เนื่องจากพวกมันจะเกาะติดและเคลื่อนตัวไปพร้อมกับเต่า และเต่าช่วยปกป้องมันจากผู้ล่า.

แต่เนื่องจากจำนวนเต่าทะเลยังคงลดลง ปลาและกุ้งบางชนิดจึงถูกบังคับให้เปลี่ยนวิธีการเอาชีวิตรอดแบบใหม่ไปโดยปริยาย แต่ประสบความสำเร็จน้อยลงและมีชีวิตรอดน้อยกว่าแบบเดิม.

Twins Pinnacle Dive Site Koh Tao
Twins Pinnacle Dive Site Koh Tao

เต่าทะเลเป็นตัวช่วยกระจายความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในทะเลข้ามไปทั่วโลก

ในช่วงชีวิตของเต่าทะเล พวกมัน จะอพยพหลายพันไมล์ในมหาสมุทรและท้องทะเลข้ามไปทั่วโลก.

การอพยพย้ายถิ่นเป็นเวลานานของเต่าทะเลนี้ สันนิษฐานว่ามีส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่มกระจายความหลากหลายของเพรียงชนิดต่างๆไปทั่วโลก.

การย้ายถิ่นของเต่าทะเล

ชนิดของเพรียงที่อาศัยอยู่บนตัวเต่าทะเล เช่น บนเต่าหัวค้อน เชื่อกันว่ามีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลและความหลากหลายของมหาสมุทร.

การลดลงอย่างต่อเนื่องของประชากรเต่าทะเลจึงลดผลกระทบที่สำคัญเหล่านี้ไปด้วย.

ทำไมเต่าทะเลจึงเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์?

จำนวนเต่าทะเลทั่วโลกลดลงเป็นอย่างมากในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา และมีอัตราลดลงรวดเร็วอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน.

หกในเจ็ดสายพันธุ์ของเต่าทะเล จัดอยู่ในประเภทที่ถูกคุกคามหรือใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากเป็นผลการกระทำของมนุษย์.

สองประเภทในนั้นคือ เต่าตนุและเต่ากระ ที่อาศัยอยู่ในทะเลเขตร้อนที่อบอุ่นรอบเกาะเต่า และเต่ากระ ถูกจัดอยู่ในรายชื่อที่ถูกระบุว่าเป็นเต่าที่ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต.

Green Sea Turtle Koh Tao
Green Sea Turtle Koh Tao

เต่าทะเลกำลังเผชิญกับภัยคุกคามอะไรบ้าง?

องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ระบุว่า ภัยคุกคามที่สำคัญที่สุด มีห้าอย่างที่ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของเต่าทะเล.

1. การประมงพาณิชย์และการลากอวน

เต่าทะเลมักถูกจับโดยบังเอิญหรือเข้าไปติดกับอวนจับปลาเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะเวลาเต่าทะเลหายใจ มันจำเป็นต้องโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำเป็นระยะๆ แต่ถ้าพวกมันเข้าไปติดในอวน พวกมันมักจะจมน้ำตายเป็นส่วนใหญ่.

การตกปลาแบบใช้เบ็ดราวเป็นแนวนอนยาว มีแนวโน้มที่จะจับและฆ่าเต่าทะเลโดยบังเอิญได้เช่นเดียวกัน.

และการทำประมงสมัยใหม่ อาจสร้างความเสียหายให้กับที่อยู่อาศัยของเต่าทะเล ซึ่งจะส่งผลร้ายแรงต่อระบบห่วงโซ่อาหาร.

2. การจับโดยตรงหรือล่าแบบผิดกฎหมาย

เป็นเรื่องน่าเศร้า ที่เต่าทะเลทั่วโลกของเรายังคงถูกล่าอย่างผิดกฎหมายจนทุกวันนี้

ถึงแม้ว่าเต่าทะเลทั้ง 7 สายพันธุ์จะถูกห้ามโดย CITES (อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์)แล้วก็ตาม 

เต่าทะเลถูกล่า เพื่อการซื้อขายส่วนต่างๆ เช่น ไข่เต่า เนื้อ ผิวหนัง และกระดองของพวกมัน

เป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้วที่เต่ากระ ถูกล่าเพื่อเอากระดองซึ่งมีสีทองและสีน้ำตาลที่สวยงาม มาใช้ทำเครื่องประดับและสินค้าฟุ่มเฟือยอื่นๆสำหรับมนุษย์ และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้สายพันธุ์นี้ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต

sea turtle koh tao - open water course
Sea Turtle Koh Tao – Open Water Course

เต่าทะเลเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

แต่น่าเสียดายที่หลายส่วนของโลกยังขาดการบังคับใช้กฎหมายที่จำเป็นในการดำเนินการเรื่องนี้ หรืออาจเป็นเพราะการทุจริตทำให้เพิกเฉยมานานหลายศตวรรษภายในชุมชนบางแห่ง

ยังมีบางประเทศที่ยังอนุญาตให้ทำการค้าเต่ากระได้อยู่ในทุกวันนี้ โดยกล่าวอ้างถึงการปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ ย้อนหลังไปถึง 400 ปี

3. การพัฒนาด้านชายฝั่ง

การพัฒนาชายฝั่งของทะเล ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 20 – 30 ปีที่ผ่านมานี้ ส่งผลเสียต่อแหล่งที่อยู่อาศัยที่ทำรังของเต่าทะเล

การเพิ่มขึ้นของการก่อสร้าง การท่องเที่ยว การสัญจรทางเรือ การขุดลอกทางระบายน้ำ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ล้วนส่งผลเสียต่อแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติที่เต่าทะเลจะใช้ทำรัง

แสงไฟ หลอดไฟจากตึกหรือจากโครงสร้างบนชายฝั่ง เช่น โรงแรมเพราะแสงไฟอาจทำให้ลูกเต่าอ่อนวัยแรกเกิด สับสนในการหาทางไปยังมหาสมุทร และเป็นการกีดกันตัวเมียไม่ให้มาทำรังเลย ล้วนเป็นภัยคุกคามต่อเต่าทะเลที่จะทำรัง

 

4. มลพิษ

ในปัจจุบันนี้ ปัญหาเรื่องขยะในมหาสมุทรเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก โดย ICCUN ประเมินว่าขยะพลาสติกประมาณ 8 ล้านตันจะไหลลงสู่มหาสมุทรของเราเพิ่มขึ้นทุกปี.

พลาสติก น้ำมันปิโตรเลียม และอุปกรณ์ตกปลาที่ใช้แล้วทิ้ง กลายเป็นขยะในทะเลจำนวนมากที่สามารถทำร้ายหรืออาจฆ่าเต่าทะเลที่กินเข้าไปหรือเข้าไปติดกับอุปกรณ์นั้นได้.

แมงกะพรุนและฟองน้ำทะเล เป็นอาหารหลักของเต่าทะเลบางชนิด และน่าเศร้าที่เต่าทะเลเข้าใจผิดว่าพลาสติกเป็นแมงกะพรุน และขยะในทะเลทั่วไปเป็นอาหาร.

การศึกษาทั่วโลกในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนบางส่วนจาก CSIRO Ocean & Atmosphere พบว่าเต่าทะเลประมาณ 52% ได้กินขยะในทะเลเข้าไปเป็นอาหารแทน.

5. การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ไข่เต่าทะเลในช่วงระยะฟักตัว อุณหภูมินั้นสามารถเป็นตัวกำหนดเพศของลูกเต่าทะเลได้ต่อไปในอนาคต

และเมื่ออุณหภูมิของอากาศที่สูงและร้อนขึ้น หมายถึงอุณหภูมิของน้ำทะเลจะอุ่นขึ้น ทำให้ทรายมีอุณหภูมิสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ผลกระทบนี้ส่งผลให้เกิดเต่าตัวผู้น้อยลง จึงกลายเป็นการตัดวงจรการสืบพันธุ์

อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นยังทำให้มีโอกาสเกิดพายุได้มากขึ้น และจะเป็นตัวทำลายแนวปะการังที่เต่าทะเลบางตัวอาศัยอยู่ หรืออาจทำลายชายหาดที่พวกมันสามารถใช้ทำรังได้

เมื่อเกิดเหตุการณ์ด้านสภาพอากาศแปรปรวนมีมากและถี่ขึ้น แหล่งที่อยู่อาศัยของเต่าทะเลและสภาพทะเลที่ควรเป็นไปตามธรรมชาติก็จะถูกทำลายหรือถูกทำลายอย่างรุนแรงขั้นวิกฤตไปด้วยเช่นกัน

Sea Turtle & Marine Life Koh Tao
Sea Turtle & Marine Life Koh Tao

คุณจะช่วยเต่าทะเลได้อย่างไร?

มีหลายวิธีที่คุณสามารถช่วยเหลือชะตากรรมของเต่าทะเลเหล่านี้ได้ และเราขอเสนอวิธีง่ายๆ 2 – 3 วิธีที่คุณสามารถเริ่มต้นทำได้ทันที.

เลือกทานอาหารทะเลอย่างฉลาด

  • ถามว่าอาหารทะเลของคุณจับมาจากที่ไหนและได้มาอย่างไร  ซื้อเฉพาะอาหารทะเลจากการทำประมงที่รับผิดชอบต่อสังคม ใช้วิธีการตกปลาที่ไม่ทำอันตรายหรือฆ่าเต่าทะเล

ให้ความรู้แก่เพื่อนและครอบครัวเกี่ยวกับการทำประมงอย่างยั่งยืน

  • แบ่งปันความรู้ของคุณเกี่ยวกับชะตากรรมของเต่าทะเลและผลกระทบร้ายแรงของการตกปลาเชิงพาณิชย์สมัยใหม่ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในมหาสมุทรและสุขภาพของเต่าทะเล

จำกัดการใช้พลาสติกของคุณและพยายามอย่าใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Single Use Plastic)

  • พกขวดน้ำที่ใช้ซ้ำได้ และเปลี่ยนถุงช้อปปิ้งพลาสติกเป็นถุงผ้าที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้
  • หากคุณสั่งอาหารกลับบ้าน กรุณานำภาชนะที่สามารถใช้ซ้ำได้ไปใส่อาหาร และสนับสนุนร้านอาหารและธุรกิจที่ไม่สนับสนุนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในธุรกิจของเขา
  • หยุดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ใช้ภาชนะที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และเปลี่ยนพลาสติกเป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เข้าร่วมกิจกรรมการดำน้ำเพื่อเก็บขยะ การทำความสะอาดชายหาดและการสำรวจไมโครพลาสติก

  • เตรียมตัวลงน้ำ! ลงชื่อสมัครเข้าร่วมการดำน้ำเพื่อเก็บขยะและช่วยทำความสะอาดขยะในทะเลในพื้นที่ของคุณ และมีส่วนช่วยในการรักษา พัฒนาระบบนิเวศในมหาสมุทรของเรา
  • โครงการวิทยาศาสตร์พลเมืองต่างๆ และอาสาสมัครในท้องถิ่นช่วยให้ข้อมูลที่มีประโยนช์เกี่ยวกับขยะในทะเล จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างๆในทางที่ดีขึ้น
  • หรือหากเข้าร่วมกิจกรรมทำความสะอาดชายหาด มีแอพพลิเคชั่น Cleanswell จะให้คุณบันทึกประเภทของขยะที่คุณเก็บหรือพบลงในฐานข้อมูลถังขยะในมหาสมุทรทั่วโลกผ่านโครงการ Ocean Conservancy
  • ข้อมูลดังกล่าวจะนำเสนอภาพรวมของขยะในมหาสมุทรทั่วโลก ซึ่งช่วยให้นักวิจัยและผู้กำหนดนโยบายตามที่ต่างๆ สามารถตัดสินใจและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีข้อมูล

สนับสนุนการอนุรักษ์เต่าทะเลและมีส่วนร่วม

  • องค์กรวิจัยและอนุรักษ์เต่าทะเลที่เก่าแก่ที่สุดคือ The Sea Turtle Conservancy (STC).
  • ภารกิจของ STC คือการตรวจสอบให้แน่ใจเกี่ยวกับความอยู่รอดของเต่าทะเลในทะเลแคริบเบียน แอตแลนติก และแปซิฟิก ผ่านการวิจัย การศึกษา การฝึกอบรม การสนับสนุน และการปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพวกมัน.
  • องค์กรอนุรักษ์อื่น ๆ ในระดับแนวหน้าของการอนุรักษ์เต่าทะเล ได้แก่ กองทุนสัตว์ป่าโลก World Wildlife Fund และสมาคมโอเชียนนิค Oceanic Society.
Hawksbill Sea Turtle Koh Tao - Eretmochelys Imbricata
Hawksbill Sea Turtle Koh Tao – Eretmochelys Imbricata

โลกสามารถช่วยเต่าทะเลได้อย่างไร?

แม้ว่านักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์จะกังวลมานานหลายทศวรรษเกี่ยวกับชะตากรรมของเต่าทะเลและภัยคุกคามที่พวกมันต้องเผชิญ แต่ก็ไม่มีข้อตกลงระหว่างประเทศที่จะปกป้องพวกมันอย่างเต็มที่

เต่าทะเลเป็นสัตว์ที่มอพยพย้ายถิ่นสูง เดินทางไกลและข้ามมหาสมุทรไปทั่วโลก และนี่คือหัวใจสำคัญของปัญหา

เพื่อปกป้องเต่าทะเลอย่างแท้จริง หลายประเทศและวัฒนธรรมต้องทำงานร่วมกันและประสานงานด้วยกัน

จะต้องรวมถึง:

การเพิ่มขีดความสามารถของรัฐบาลแห่งชาติในการปฏิบัติ

  • รัฐบาลแห่งชาติต้องบังคับใช้กฎระเบียบ CITES และสร้างกฎหมายภายในประเทศ ไม่ให้มีการค้าเต่าทะเลและผลิตภัณฑ์จากเต่าทะเล
  • จำเป็นต้องปรับปรุงการตรวจสอบและมีการบังคับใช้กฎหมายในตลาดตามแหล่งต่างๆ

ยกระดับความร่วมมือระหว่างระดับภูมิภาคและระดับรัฐบาลแห่งชาติ

  • เพิ่มการประสานงานและความร่วมมือ  ส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศที่ผิดกฎหมาย เช่น วิธีการลักลอบนำเข้าและการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งชาติ.
  • เรื่องข้อตกลง การแบ่งปันข้อมูลร่วมกันที่มีอยู่แล้ว ควรเพิ่มความสามารถให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
  • สร้างกฏหมายหรือข้อปฏิบัติเหล่านี้โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีรูปแบบของการอพยพของเต่าทะเล หมายความว่า พวกมันกำลังข้ามหลายพรมแดนและเข้าไปสู่น่านน้ำของหลายประเทศ

สร้างความตระหนักเกี่ยวกับการค้ากระดองเต่าทะเลเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

  • แม้จะมีประเภทเต่าทะเลทั้งเจ็ดชนิดที่ระบุว่าใกล้สูญพันธุ์ในภาคผนวก 1 ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) และการห้ามการค้าเต่าทะเลในเชิงพาณิชย์ระหว่างประเทศ แต่การล่าเต่าทะเลยังคงลักลอบล่าอย่างผิดกฎหมาย
  • จากการศึกษาที่ได้รับมอบหมายจากสำนักเลขาธิการ CITES ในเดือนพฤศจิกายน 2562 การค้าเต่าทะเลที่ผิดกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป
  • ถึงแม้ว่าทั่วโลกจะมีกฎหมายในปี 2520 การค้าเบคโค Bekko (กระดองเต่า) ออกมา แต่ยังคงมีการค้าขายต่อไปในตลาดมืด
  • การค้าที่ผิดกฎหมายจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงดำเนินต่อไปยังประเทศต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง และประเทศที่มีความต้องการสินค้ากระดองเต่าเหล่านี้สูง
  • การสืบสวนในเรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นอีกด้วยว่าผลิตภัณฑ์ของกระดองเต่าที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ กลับมีวางจำหน่ายในแถบละตินอเมริกา
  • สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลกสำหรับผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย โดยนักท่องเที่ยวที่กลับมาจากอเมริกา ซึ่งไม่รู้ว่าพวกเขากำลังมีส่วนทำให้สัตว์ใกล้สูญพันธุ์เพิ่มขึ้น และพวกเขานำผลิตภัณฑ์เหล่านี้กลับมาจากต่างประเทศ
  • ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่รับผิดชอบการค้ากระดองเต่ามากที่สุด แต่ยังมีการขายผลิตภัณฑ์กระดองเต่าภายในประเทศอย่างถูกกฎหมาย
  • เราต้องให้ความรู้และสร้างความตระหนักในหมู่ผู้ซื้อขายหลักให้ได้มากที่สุด เช่น ชุมชนท้องถิ่น ชาวประมง และผู้ค้าในประเทศต้นกำเนิดและผู้บริโภคในประเทศที่มีความต้องการ
Hin Wong Pinnacle Dive Site Koh Tao - Sea Turtles
Hin Wong Pinnacle Dive Site Koh Tao – Sea Turtles

เต่าทะเลกำลังเผชิญกับการสูญพันธุ์ในระบบนิเวศหรือไม่?

ดังที่เราได้ให้เห็นแล้วว่าเต่าทะเลมีส่วนสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเลเป็นอย่างมาก

การเดินทางหลายพันไมล์ข้ามมหาสมุทรของเต่าทะเล ช่วยนำพาและกระจายความหลากหลายของสัตว์ต่างๆในทะเล ช่วยรักษาพื้นหญ้าทะเลให้แข็งแรง เป็นตัวให้สารอาหารที่สำคัญแก่เนินทรายที่พวกมันทำรัง และช่วยทำให้แนวปะการังของเรายังคงแข็งแรงและสุขภาพดี

อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างรวดเร็วนี้ ทำให้เต่าทะเลสองสายพันธุ์ ได้แก่ เต่าหญ้าแคมป์ (Kemp’s ridley)และเต่ากระกำลังอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต และจะเป็นอันตรายอย่างแท้จริงที่เต่าทะเลกำลังเข้าสู่การสูญพันธุ์หายไปจากระบบนิเวศ

กรณีนี้จะขึ้นเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อเต่าทะเลมีจำนวนน้อยเกินไปที่จะมีส่วนร่วมในระบบนิเวศวิทยา เพราะเต่าทะเลเป็นผู้มีความสำคัญและทำให้ท้องทะเลมีความสมบูรณ์

Beautiful Green Sea Turtle in Thailand
Beautiful Green Sea Turtle in Thailand

หลักสูตรให้ความรู้เกี่ยวกับเต่าทะเลในประเทศไทย

เต่ากระและเต่าตนุ เป็นแขกประจำของทะเลเขตร้อนที่อบอุ่นรอบเกาะเต่า และมักพบเห็นได้บ่อยเมื่อดำน้ำลึกที่จุดดำน้ำลึกหลายแห่ง

ทัวร์ดำน้ำตื้นรอบเกาะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เห็นสัตว์ทะเลที่สวยงามเหล่านี้ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ

กลุ่มวิทยาศาสตร์พลเมืองท้องถิ่น – Koh Tao Turtles – ได้ติดตามประชากรเต่าทะเลในท้องถิ่นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คอยติดตาม ตรวจสอบและช่วยระบุเต่าทะเลเพื่อช่วยกันอนุรักษ์

Tanote Bay Dive Site on Koh Tao
Tanote Bay Dive Site on Koh Tao

หลักสูตรการอนุรักษ์เต่าทะเล

ทีมงาน Black Turtle Dive ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทางทะเลในท้องถิ่นมาเป็นเวลา 15 ปีแล้ว และได้เสนอหลักสูตรการอนุรักษ์ทางทะเลและบนบกมากมายให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมีส่วนร่วมและสนใจเรียนวิธีการปกป้องและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น

หลักสูตรพื้นฐานความรู้เรื่องเต่าทะเลในหนึ่งวันเป็นหลักสูตรหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความตระหนักรู้เกี่ยวกับเต่าทะเล เปิดรับสำหรับทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

หลักสูตรนี้สามารถทำได้และจบด้วยการดำน้ำลึกหรือดำน้ำตื้นที่อ่าวยอดนิยมรอบเกาะเต่า ซึ่งมีการพบเต่าทะเลทุกวัน

ให้ความรู้เรื่องเต่าทะเล บนเกาะเต่า

การเรียนตอนเช้าเป็นการแนะนำประเภทเต่าทะเล 7 สายพันธุ์หลัก มีเอกสารประกอบคำบรรยาย ซึ่งรวมถึงหลักระบุอัตลักษณ์ต่าทะเล และการนำเสนอ ถามตอบแบบมีส่วนร่วม 2 ชั่วโมง

ส่วนภาคปฏิบัติในช่วงบ่าย ประกอบด้วยการดำน้ำลึกในทะเล 2 ครั้ง หรือดำน้ำตื้นที่ลูกค้าจะได้เห็นเต่าทะเลในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของพวกเต่าทะเล

หลักสูตรการให้ความรู้เรื่องเต่าทะเลจะจบลงด้วยการถามตอบ และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการระบุประเภทเต่า พฤติกรรมที่เห็น และแนะนำแนวทางปฏิบัติที่เราสามารถทำได้มากขึ้น เพื่อร่วมกันปกป้องสัตว์ทะเลที่น่าอัศจรรย์และใกล้สูญพันธุ์ของเรา

Subscribe
Notify of
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments